บทความภาคสนาม 005

การควบคุม VAT

ภ.พ.36: คุม VAT เมื่อบริษัทซื้อบริการจากต่างประเทศ

ใบแจ้งหนี้ต่างประเทศอย่างเดียวบอกคำตอบไม่ได้ ผู้จ่ายไทยต้องดูชนิดบริการ สถานที่ใช้บริการ สถานะ VAT ของทั้งสองฝ่าย และวันที่จ่ายเงินจริงก่อนตัดสินใจยื่น ภ.พ.36

เผยแพร่
จัดทำโดย
ทีมบรรณาธิการ Thailand Accounting
ตรวจสอบแหล่งข้อมูลทางการ

อ่าน 11 นาที

คำตอบสั้น

เมื่อผู้ประกอบการไทยจ่ายค่าบริการให้ผู้ให้บริการต่างประเทศ และบริการนั้นทำในต่างประเทศแต่ใช้ในไทย ผู้จ่ายอาจต้องนำส่ง VAT ด้วย ภ.พ.36 ผู้ประกอบการจด VAT ที่ซื้อบริการอิเล็กทรอนิกส์หรือบริการทั่วไปจากต่างประเทศยังต้องตรวจ ภ.พ.36 ส่วนผู้ใช้ที่ไม่จด VAT และซื้อบริการอิเล็กทรอนิกส์โดยทั่วไปอยู่ในระบบ VAT for Electronic Service ของผู้ให้บริการต่างประเทศ แต่บริการที่ไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์อาจยังทำให้ผู้จ่ายไทยมีหน้าที่ จุดเกิดภาษีผูกกับการจ่ายทั้งหมดหรือบางส่วน จึงต้องตรวจให้เสร็จก่อนอนุมัติจ่าย

4 ข้อเท็จจริงที่กำหนด ภ.พ.36

  • 01ผู้ขายอยู่ต่างประเทศและให้บริการอะไรจริง
  • 02บริการถูกใช้ในไทยหรือไม่จากข้อเท็จจริง
  • 03ผู้ซื้อไทยจด VAT หรือไม่ และเป็นบริการอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่
  • 04จ่ายเต็มหรือบางส่วนวันใด และใช้ฐานภาษีจากหลักฐานใด

แผนผังการตัดสินใจ

อย่าใช้คำตอบเดียวกับทุกใบแจ้งหนี้ต่างประเทศ

กฎหมาย e-Service เปลี่ยนหน้าที่ของผู้ใช้บางกลุ่ม แต่ ภ.พ.36 ยังสำคัญกับการซื้อบริการของธุรกิจจำนวนมาก

ผู้ซื้อและบริการแนวทางที่ต้องตรวจหลักฐานแรก
ผู้ซื้อไทยจด VATทั้งบริการอิเล็กทรอนิกส์และบริการทั่วไปจากต่างประเทศอาจต้องนำส่งด้วย ภ.พ.36ตรวจทะเบียนและชนิดบริการกับ คู่มือ VAT ในไทย
ไม่จด VAT ซื้อ e-Serviceโดยทั่วไปผู้ให้บริการต่างประเทศรับผิดชอบผ่าน VES แทนการนำส่ง ภ.พ.36 ของลูกค้าเก็บ invoice และการวิเคราะห์ไว้ใน แฟ้มบัญชีรายเดือน
ไม่จด VAT ซื้อบริการทั่วไปผู้จ่ายไทยอาจยังมีหน้าที่เมื่อบริการจากต่างประเทศถูกใช้ในไทยส่งสัญญาและข้อเท็จจริงเข้า งานทบทวนภาษี ก่อนจ่าย
ผู้ขายต่างชาติมาทำธุรกิจในไทยชั่วคราวอาจเข้ากรณีแยกตามมาตรา 83/6 หากยังไม่ได้จด VAT ชั่วคราวให้ ทีมบัญชีกรุงเทพฯ บันทึกกิจกรรมและสถานะผู้ขาย

จุดควบคุมก่อนจ่าย

workflow ภ.พ.36 4 ขั้น

ต้องวางจุดตรวจไว้ก่อนปล่อยไฟล์ธนาคาร ไม่ใช่รอตรวจย้อนหลังเมื่อปิดเดือน

  1. 01

    จำแนก

    ระบุผู้ขาย สัญญา บริการ การใช้ในไทย และสถานะ VAT ของทั้งสองฝ่าย

  2. 02

    วัดมูลค่า

    ยืนยันวันจ่ายเต็มหรือบางส่วน เงินตรา และมูลค่าบริการที่ใช้คำนวณ

  3. 03

    นำส่ง

    จัดทำ ภ.พ.36 และชำระในเดือนที่ถูกต้องด้วยช่องทางและอัตราปัจจุบัน

  4. 04

    กระทบยอด

    เก็บใบเสร็จ ประเมินสิทธิภาษีซื้อ และเชื่อมรายการกับ ภ.พ.30 และ GL

01

ภ.พ.36 เริ่มจากสถานที่ใช้บริการ

มาตรา 83/6 กำหนดให้ผู้จ่ายไทยนำส่ง VAT เมื่อผู้ประกอบการให้บริการในต่างประเทศและมีการใช้บริการนั้นในไทย ประเทศผู้ขายและชื่อบน invoice เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ต้องดูสัญญา ผู้ใช้งาน ผลงาน สิทธิ์เข้าถึง และหน้าที่ทางธุรกิจจริง

SaaS ที่ทีมไทยใช้ ที่ปรึกษาต่างประเทศในโครงการไทย support สำหรับกิจการไทย และ licence ที่ใช้ในไทยเป็นรายการที่ควรตรวจ แต่การอบรมที่จัดและใช้ประโยชน์ต่างประเทศอาจมีข้อเท็จจริงต่างกัน ใส่จุดตรวจนี้ใน workflow ภาษีรายเดือน

  • อ่านสัญญาและ scope ไม่ใช่ดูคำบน invoice อย่างเดียว
  • บันทึกว่าใครใช้ ใช้กับกิจการใด และใช้ประเทศใด
  • แยกสินค้านำเข้า บริการ สิทธิ และ reimbursement ก่อนลง VAT
02

e-Service ไม่ได้ทำให้ ภ.พ.36 ของธุรกิจหายไป

ระบบ VAT for Electronic Service ให้ผู้ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ต่างประเทศที่เข้าเกณฑ์เก็บและนำส่ง VAT สำหรับลูกค้าที่ไม่จด VAT แต่แนวทางกรมสรรพากรยืนยันว่าลูกค้าที่จด VAT และใช้ e-Service จากต่างประเทศยังนำส่งด้วย ภ.พ.36

บริการที่ไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์ต้องแยกอีกครั้ง ผู้ใช้ที่ไม่จด VAT อาจยังต้องนำส่งเมื่อใช้บริการต่างประเทศในไทย ธุรกิจออนไลน์ที่ซื้อโฆษณา marketplace tools หรือ cloud ควรฝังคำถามนี้ใน ระบบบัญชี e-commerce

03

วันจ่ายเงินกำหนดเดือนยื่น

มาตรา 78/1 ผูกความรับผิดของบริการที่ทำต่างประเทศและใช้ในไทยกับการรับชำระทั้งหมดหรือบางส่วน คำวินิจฉัย 0706/พ./10129 จึงไม่ให้ยื่น ภ.พ.36 ก่อนจ่ายจริง เงินมัดจำ installment หรือบัตรที่ถูกตัดอาจสร้างจุดเกิดภาษีของตนเอง

ประกาศการยื่นอินเทอร์เน็ตกำหนดให้ยื่น ภ.พ.36 ภายใน 7 วันนับแต่สิ้นเดือนที่จ่าย และเลื่อนไปวันทำการถัดไปเมื่อวันสุดท้ายเป็นวันหยุดราชการ ตรวจช่องทางและการชำระให้เสร็จสมบูรณ์กับ ปฏิทินภาษีไทย

04

ใช้อัตราปัจจุบันและฐานภาษีที่อธิบายได้

กรมสรรพากรยืนยันอัตรา VAT ทั่วไป 7% และการขยายปี 2569 ทำให้อัตรานี้ใช้ถึง 30 กันยายน 2570 คำนวณจากค่าบริการที่อยู่ในบังคับและเก็บหลักฐานอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ ใบแจ้งหนี้หลายองค์ประกอบต้องแยกวิเคราะห์

แบบ ภ.พ.36 ครอบคลุมกรณีอื่นด้วย จึงต้องเลือกประเภทหน้าที่ให้ถูกและห้ามคัดลอกแบบเดือนก่อนโดยไม่ตรวจ SaaS, management fee, consulting, support และ licence อาจมีข้อเท็จจริงต่างกันแม้จ่ายให้ผู้ขายรายเดิม

05

ใบเสร็จกรมสรรพากรเป็นหลักฐานสำคัญของภาษีซื้อ

invoice ต่างประเทศไม่ใช่ใบกำกับภาษีไทยโดยอัตโนมัติ คำวินิจฉัยกรมสรรพากรอธิบายว่า VAT ที่นำส่งผ่าน ภ.พ.36 อาจเป็นภาษีซื้อของผู้จด VAT และใบเสร็จทางการถือเป็นใบกำกับภาษีสำหรับกรณีนี้ โดยสิทธิผูกกับเดือนนำส่งและเงื่อนไขภาษีซื้อทั่วไป

เก็บสัญญา invoice หลักฐานการใช้ การจ่าย การคำนวณ แบบยื่น หลักฐานชำระ และใบเสร็จเป็นชุดเดียว หากใช้ทั้งกิจการ VAT และ non-VAT ต้องประเมินการเฉลี่ย ทดสอบเอกสารใน การตรวจสุขภาพบัญชี

06

ภ.พ.36 กับภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นคนละคำถาม

การนำส่ง VAT ไม่ได้ตัดสินว่าการจ่ายเดียวกันต้องหักภาษีหรือไม่ ค่าบริการ ค่าสิทธิ ดอกเบี้ย และเงินได้ประเภทอื่นต้องดูผู้รับ ลักษณะเงินได้ และอนุสัญญาภาษีซ้อนแยกจากการใช้บริการในไทย

ตรวจสองเรื่องคู่กันและบันทึกเหตุผล อย่าลดยอด ภ.พ.36 หรือข้ามแบบหัก ณ ที่จ่ายเพียงเพราะทำภาษีอีกตัวแล้ว ใช้ คู่มือภาษีหัก ณ ที่จ่าย วางกรอบการตรวจครั้งที่สอง

07

วางจุดตรวจไว้ในเจ้าหนี้ก่อนจ่าย

เพิ่มประเทศผู้ขาย ประเภทบริการ สถานที่ใช้ สถานะ VAT วันจ่าย เงินตรา ข้อสรุป ภ.พ.36 และข้อสรุป withholding ใน payment checklist ผู้ขายประจำมี baseline ได้ แต่สัญญา ผู้ใช้ หรือ bundle ใหม่ยังต้องตรวจ

ติดต่อทีมบัญชี พร้อมสัญญา invoice ประเทศผู้ขาย รายละเอียดบริการ สถานะ VAT วันจ่ายที่ตั้งใจ และคำอธิบายสถานที่ใช้ เราจะทำรายการคำถามและหลักฐานก่อนปิดเดือนจ่าย

ก่อนจ่ายผู้ขายต่างประเทศ

จำแนกบริการและล็อกวันที่หลักฐาน

ส่งสัญญา invoice ประเทศผู้ขาย การใช้บริการ สถานะ VAT และวันจ่าย เพื่อระบุคำถาม ภ.พ.36 และภาษีที่เกี่ยวข้อง